บทที่ 18 องค์กรมืด (07)

เขาปรายตามองหนังสือพิมพ์ตรงหน้าอีกหนแล้วค่อยๆ อ่านมันอย่างใจเย็น ‘นักธุรกิจรายใหญ่เจ้าพ่อการส่งออก ไม่พอใจในทรัพย์ที่ตนเองมี อยากได้อยากมีจนทำแม้กระทั่งปลิดชีวิตผู้อื่นเพื่อที่จะได้มา ทำได้แม้กระทั่งคนจนตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่มีทางสู้’ ยิ่งอ่านยิ่งแค้นปนเป็นกังวล  

            “น่าสงสารพวกเขานะคะคุณพี่” ขณะที่กำลังปอกผลไม้ให้สามี นางก็เอ่ยขึ้นอีกหนแล้วส่ายหน้าไปมา ระอาความอยากได้อยากมีของคนในสมัยนี้

ความเมตตา ปราณีแทบจะไม่หลงเหลืออยู่ วันๆ ข่าวหน้าหนึ่งก็มีแต่ข่าวการฆ่าแกงแย่งชิงของที่ไม่ใช่ของตนเอง 

“ครับน้อง น่าสงสารพวกเขามาก” ใบหน้ายิ้มและพยายามข่มความรู้สึก ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ ก่อนที่จะหันไปมองหน้าลูกน้องที่ก้าวฉับๆ เข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าตระหนก “มีอะไร” เมฆารีบถาม น้ำเสียงนั้นทั้งเข้มและห้วนบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน    

            “มีนักข่าวมาขอพบครับนาย” ลูกน้องของเมฆากล่าว         

            “นักข่าว” เมฆาทวนคำพูดของลูกน้อง      

            “นี่มันอะไรกันคะคุณพี่ ทำไมนักข่าวมาบ้านของเรา หรือว่าคนในข่าวคือคุณพี่” สีหน้าของคุณหญิงชินารมย์ซีดลงถนัดตาพลางหันมองหน้าสามีอย่างไม่อยากจะเชื่อ และนางก็ไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน คนดีๆ อย่างสามีของนางน่ะหรือจะคิดฆ่าผู้อื่น          

            “น้องคิดว่าเป็นพี่เหรอน้องรม” เกิดความน้อยใจเมื่อได้เห็นสีหน้าของภรรยา 

            “เปล่าค่ะคุณพี่ น้อง…เอ่อ น้องก็แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่ยังไงน้องก็ไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน” ต้องรีบถลาเข้าไปหาสามี ไม่อยากจะให้เขาเข้าใจผิด สีหน้าก็เศร้าสลด คิดตำหนิตนเอง จนเมฆาที่เห็นต้องเข้ามาปลุกปลอบ        

            “ไม่ต้องคิดมากนะพี่ไม่ได้ตำหนิน้อง แต่พี่ขอให้น้องเชื่อว่ายังไงพี่ก็ไม่มีทางทำเรื่องเลวแบบนั้นแน่” เมฆากล่าวกับภรรยาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่จะรีบออกไปพบกับนักข่าว เขาไม่เคยทำผิดอะไรไม่จำเป็นต้องแอบซ่อนหรือหนีหน้า หรือถ้าผิดจริงก็ไม่มีทางที่ใครจะมาเอาผิดได้         

            “นั่นไง นั่นท่านเมฆามาแล้ว” นักข่าวสาวที่ชะเง้อคอมองรีบตะโกนบอกกับเพื่อนๆ         

            “ท่านเมฆา ท่านครับจริงหรือเปล่าครับตามข่าวน่ะครับ เพราะเจ้าพ่อธุรกิจส่งออกก็คือท่าน”   

            “แล้วท่านจะเอายังไงกับเรื่องนี้ครับ”         

            “ท่านจะยอมรับหรือเปล่าครับว่าคนในข่าวคือท่าน แล้วถ้าไม่ใช่แล้วท่านคิดว่าน่าจะเป็นใครครับ” 

            “แล้วแบบนี้ท่านจะทำยังไงต่อดี เพราะคนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเป็นท่าน ช่วยตอบด้วยครับท่าน ท่านเมฆา ท่านครับ”         

            นักข่าวต่างรัวคำถามใส่เมฆา แล้วพร้อมเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งมีผู้หวังดีแอบส่งข้อมูลการกระทำผิดมาให้ ว่ามีนักธุรกิจใหญ่แอบฆ่าแกงประชาชนตัวเล็กๆ เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งพื้นที่ขนาดกว้าง ซึ่งบริเวณพื้นที่นั้นคือที่ตั้งของโรงงานและโกดังของเจ้าพ่อส่งออกรายใหญ่อย่างเมฆา     

            “แล้วพวกคุณคิดว่าเป็นผมหรือครับ” เมฆาย้อนถามด้วยรอยยิ้ม ทำให้นักข่าวทุกคนหน้าเจื่อน “ผมเป็นคนยังไงพวกคุณก็น่าจะรู้ดี” เมฆากล่าวอีกหน ก่อนที่นักข่าวทุกคนจะพยักหน้า เพราะในมุมมองที่ทุกคนได้เห็นนั้นเมฆาก็เปรียบเสมือนนักบุญคนหนึ่งที่ช่วยเหลือเด็กๆ ผู้ยากไร้ บริจาคเงินให้องค์กรการกุศลอีกมากมาย ไม่น่าจะใช่คนที่ใจร้ายเช่นนี้        

            “แล้วแบบนี้ก็แสดงว่ามีคนใส่ร้ายท่าน แล้วท่านจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงครับ” นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความอยากรู้       

            “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าใครใส่ร้าย แต่ผมยืนยันว่าผมไม่ใช่คนใจดำเช่นนั้น” เมฆายืนยันเสียงหนักแน่น         

            “แล้วท่านคะ ถ้าเรื่องไม่มีมูลแล้วข่าวจะออกมาได้ยังไง” นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย  

            “จริงค่ะ หรือจะมีคนอิจฉาท่านจึงใส่ร้าย ท่านคิดว่ายังไงคะ แล้วแบบนี้ท่านจะออกมาฟ้องคนที่ปล่อยข่าวหรือเปล่าคะ” นักข่าวอีกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย     

            “ผมคงจะไม่ทำอะไรหรอกครับ เพราะผมไม่จำเป็นต้องร้อนตัว มันไม่ใช่ผม” เมฆาเพิ่มความเข้มข้นของน้ำเสียงแล้วหันไปส่งยิ้มให้กับภรรยาที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน ก่อนที่จะปั้นยิ้มให้กับนักข่าวที่รุมกันสาดคำถามเข้าใส่ แล้วไม่นานนักนักข่าวก็ต่างแยกย้ายกันกลับไป  

            เมฆามองดูนักข่าวทุกคนออกไปจากบ้านจนลับตา ก่อนที่จะหันมายิ้มให้กับภรรยาอีกหนึ่งหนแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหา แต่ก่อนที่จะถึงชินารมย์ เขาก็เอ่ยกระซิบเสียงดุเหี้ยมอะไรกับลูกน้องบางอย่าง ‘ไปจัดการสืบให้ได้ว่าใครคือคนปล่อยข่าว’ จากนั้นก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาภรรยาแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ลูกน้องไปสืบหา

เสื้อสูทสีดำ เชิ้ตสีขาวถูกมือหนาหยิบขึ้นมาสวมใส่ พยัคฆ์เลือกใช้เข็มขัดสีน้ำตาลพร้อมกับสวมใส่นาฬิกาเรือนแพงแถมยังฉีดน้ำหอมยี่ห้อดังให้ฟุ้งกระจาย จนน้อยซึ่งยืนอยู่ตรงบันไดต้องทำจมูกฟุดฟิด แล้วต้องเอามือมาปิดจมูก ส่วนเพียงรัมภาก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตา ไม่ยอมเงยขึ้นมองสามี ตอนนี้หล่อนทั้งเกลียดและขยะแขยงเขาเต็มทน           

            ข่าวที่ถูกพาดลงหน้าหนึ่งทำให้หล่อนก็ร้อนใจเช่นกัน จนต้องโทรไปสอบถามจากบิดา แต่ไม่นานก็โล่งอกเพราะบิดาของหล่อนยืนยันว่าไม่ใช่เขา แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ เนื่องจากคลิปวีดีโอที่พยัคฆ์เคยให้ดูนั้นมันก็จะช่วยยืนยันได้ว่า บิดาของหล่อนหาใช่คนใจบุญไม่ แต่ทว่าเพียงรัมภาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าบิดาของหล่อนไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดลงมือฆ่าคนได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป